Williams %R จับจังหวะการกลับตัวด้วยแบบขั้นเทพ

Williams %R หรือ Williams Percent Range ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในกลุ่มเทรดเดอร์สูงมาก สำหรับใช้ในการระบุสัญญาณต่างๆ ก่อนเข้าเทรด และเพราะเหตุนี้นี่เองที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดเครื่องมือดีๆ แบบนี้

Williams % R คืออะไร?

Williams % R (Williams Percent Range) เป็นเครื่องสำหรับวัดโมเมนตัมการแกว่งของราคาตั้งแต่ช่วง 0% ถึง -100% เพื่อดูภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) และ Oversold (ขายมากเกินไป) ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนทราบจุดกลับตัวของราคา (Reversal Points) ได้ 

สูตรในการหาคำนวณ

%R = (Highest High – CurrentClosed)/(Highest High – Lowest Low) * (-100)

โดย

  • CurrentClosed = ราคาปิดของแท่งเทียนปัจจุบัน
  • Highest High = ราคาสูงสุดในช่วงเวลาที่เรากำหนด (ปกติจะอยู่ที่ 14 วัน)
  • Lowest Low = ราคาต่ำสุดในช่วงเวลาที่เรากำหนด (ปกติจะอยู่ที่ 14 วัน)

วิธีใช้ Williams %R 

สำหรับเครื่องมือ Williams %R นั้นจะเป็นตัวช่วยบอกสภาวะ Overbought และสภาวะ Oversold คล้ายกับเครื่องมืออย่าง RSI 

วิธีการดูแนวโน้มจาก %R

  • ถ้า Williams %R มีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง -49 แสดงว่าตลาดช่วงนั้นมีแรงจากฝั่งผู้ซื้อเยอะกว่า
  • ถ้า Williams %R มีค่าอยู่ระหว่าง -51 ถึง -100 แสดงว่าตลาดช่วงนั้นมีแรงฝั่งผู้ขายเยอะกว่า

วิธีการดู Overbought / Oversold

  • หากค่า Williams %R มีค่าระหว่าง 0 ถึง -20 แสดงว่ามีภาวะถูกซื้อมากเกินไป (Overbought)
  • หากค่า Williams %R มีค่าระหว่าง -80 ถึง -100 แสดงว่ามีภาวะถูกขายมากเกินไป (Oversold)

วิธีการดู -50

  • ถ้าราคามีการปรับตัวที่ระดับเหนือ -50 แสดงให้เห็นว่ามีโมเมนตัมเชิงบวก และมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ 
  • ถ้าราคามีการปรับตัวลงที่ระดับต่ำกว่า -50 แสดงให้เห็นว่ามีโมเมนตัมเชิงลบ มีโอกาสที่ราคารจะปรับตัวลงเรื่อยๆ

วิธีการดู Divergence

  • Bullish Divergence – ราคามีการทำฐานใหม่ที่ต่ำลง (มีโอกาสเป็นเทรนขาลง) แต่ค่า Williams %R ทำฐานสูงขึ้น
  • Bearish Divergence – ราคามีการทำฐานใหม่ที่สูงขึ้น (มีโอกาสเป็นเทรนขาขึ้น) แต่ค่า Williams %R ทำฐานต่ำลง

จากกราฟจะเห็นว่า Bullish Divergence  และ Bearish Divergence มีการวิ่งราคาและโมเมนตัมที่วิ่งสวนทางกัน

สรุปท้ายบท

จะเห็นว่าอินดิเคเตอร์ Williams %R นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในการเทรดเพราะช่วยในการวัดโมเมนตัมได้ดี รู้ว่าขณะนี้ตลาดอยู่ในช่วง (Overbought) หรือ (Oversold) หรือเปล่า มีโอกาสจะปรับตัวหรือไม่ ทำให้เทรดเดอร์วางแผนการเทรดในขั้นต่อไปได้ เพราะฉะนั้นทุกคนควรเอาเครื่องมือนี้ไปฝึกใช้ให้เกิดความชำนาญ และยิ่งถ้าเอาไปปรับใช้กับเครื่องมืออื่นได้ด้วยก็ยิ่งเห็นผลดีขึ้นไปอีก