Momentum Indicator ก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรให้กับเทรดเดอร์ แต่หลายคนยังไม่รู้จักและยังใช้ยังไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าเครื่องมือตัวนี้ให้มากขึ้น
Momentum Indicator คืออะไร?
Momentum Indicator เป็นเครื่องมือที่เราเอาไว้ใช้ดูการแกว่งของราคา เพื่อดูว่าราคาในขณะนั้นมีความเร็วและแรงเท่าไหร่ จะหยุดตอนไหน เพื่อประเมินสถานการณ์ในตลาดว่าขณะนี้ตลาดกำลังชะลอตัว กำลังเร่งความเร็ว หรือกำลังจะหมดแรง เป็นต้น
สูตรในการหาค่าของ Momentum
MOMENTUM = CLOSE(X) / CLOSE(i-X) * 100
โดย
- CLOSE(X) คือ ราคาปิดของแท่งเทียนปัจจุบัน
- CLOSE(i-X) คือ ราคาปิดของแท่งเทียนที่เรากำหนด ใน Period โดยปกติจะใช้ 14 วันเป็นมาตรฐาน หรือ 14 แท่งย้อนหลัง
ความสำคัญของ Momentum Indicator
ถ้าเราดูแค่กราฟเปล่าๆ นะครับ โดยทั่วไปแล้วน้อยคนที่จะรู้ว่าตลาดกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด แต่ถ้ามีเครื่องมืออย่าง Momentum เข้ามาช่วยก็จะทำให้เรามองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น และรู้ว่าควรปรับแผนการเทรดอย่างไรต่อไป
ค่ากลางของ Momentum Indicator นั้นจะอยู่ระหว่าง 0.00000 (ใน tradingview) แต่ถ้าอยู่ใน Metatrader จะมีค่ากลางอยู่ที่ 100
- หากค่า Momentum มากกว่า 0.00000 แสดงว่าแท่งเทียนในปัจจุบันมีการปิดสูงกว่าแท่งเทียนในอดีต
- หากค่า Momentum น้อยกว่า 0.00000 แสดงว่าแท่งเทียนในปัจจุบันมีการปิดต่ำกว่าแท่งเทียนในอดีต
เราได้อะไรบ้างจากการดู Momentum
เราสามารถดู Divergence หรือ สัญญาณเตือนการกลับตัว จาก Momentum ได้ โดย
1. Bearish Divergence: แนวโน้มที่เทรนด์ขึ้นจะเปลี่ยนเป็นเทรนด์ขาลง
- ถ้าราคามีการปรับตัวสูงขึ้น แต่อยู่ดีๆ ราคาใน Momentum กลับลดลงมาเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าแรงส่งของราคาซื้อกำลังต่ำลงกว่าในอดีต มีแนวโน้มว่าทิศทางกำลังเปลี่ยนจากเทรนด์ขาขึ้นเป็นขาลง
2. Bullish Divergence: แนวโน้มที่เทรนด์ขาลงเปลี่ยนเป็นเทรนด์ขาขึ้น
- ถ้าราคามีการปรับตัวต่ำลง แต่อยู่ดีๆ ราคาใน Momentum กลับสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าแรงส่งของราคาซื้อในอดีตสูงกว่าปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าทิศทางกำลังเปลี่ยนจากเทรนด์ขาลงเป็นขาขึ้น
ข้อดี-ข้อเสียของ Momentum Indicator
ข้อดี
- เหมาะกับคนที่เทรดตามเทรนด์ เพราะทำให้เรารู้ว่าถ้าราคาวิ่งไปในทิศทางเดียวกับ Momentum แสดงว่าราคายังวิ่งตามเทรนด์อยู่ แต่ถ้าราคาวิ่งสวนทางกับ Momentum แสดงว่าอาจเกิดการเปลี่ยนเทรนด์ได้
ข้อเสีย
- ไม่เหมาะกับการเทรดระยะสั้น เพราะว่า Momentum จะแสดงผลก็ตอเมื่อราคาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ทำให้ข้อมูลไม่เป็นแบบเรียลไทม์ การดู Momentum จึงเหมาะกับคนเทรดระยะยาวมากกว่า
- ไม่ถูกต้อง 100% การใช้อินดิเคเตอร์ Momentum อย่างเดียวอาจเกิดความผิดพลาดได้โดยเฉพาะในตลาดที่มีการผันผวนรุนแรง ดังนั้นควรใช้ควบคู่กับอินดิเคเตอร์ตัวอื่นไปด้วย
สรุปท้ายบท
Momentum Indicator โดยรวมแล้วเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เพราะทำให้เราทราบแนวโน้มของราคาได้ชัดเจนขึ้นว่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด จึงอยากให้ทุกคนเอาไปลองใช้ลองฝึกดูให้เกิดความชำนาญ เชื่อว่าเครื่องมือตัวนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ ท่านไม่มากก็น้อย



